วัดโตนด

ตำบลบางนางร้า  .บางปะหัน

 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๒๒๐

โทร. -๓๕๓๘-๑๑๗๘,   -๙๙๐๐-๗๓๙๔

พระครูอุปจิตบุญญวัฒน์  เจ้าอาวาส

 

เล่าสืบ ๆ กันมาว่า  ก่อนที่จะเสียกรุงศรีอยุธยานั้น  ชุมชนบ้านบางนางร้า  หรือชาวพุทธบริเวณวัดโตนดทุกวันนี้นั้น ได้อาศัย "วัดท้องคุ้ง" (ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ โรงพยาบาลบางปะหันปัจจุบัน) เป็นที่พึ่งทางใจและบำเพ็ญศาสนกิจ  แต่หลังจากที่ภัยแห่งสงครามเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ (.. ๒๓๑๐) ได้ทำลายวัดวาอาราม และบ้านเรือน ผู้คนจนพินาศย่อยยับ  วัดท้องคุ้ง ก็เป็นวัดร้าง เหมือนกับอีกหลายวัด รอบ ๆ กรุงศรีอยุธยา  หลังจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้กอบกู้เอกราช ชำนะศึกพม่าที่ค่ายโพธิ์สามต้น  ชาวบ้านก็อพยพกลับถิ่นเกิด และเมื่ออยู่กันเป็นชุมชน ก็ต้องมีแหล่งรวมใจ ซึ่งสำหรับชาวพุทธเราแล้ว ศูนย์รวมจิตใจที่สำคัญและมั่นคงที่สุดก็คือวัด แต่การที่จะกลับไปบูรณะวัดท้องคุ้งขึ้นมาใหม่นั้น เป็นเรื่องเกินกำลัง  ชาวบ้านจึงได้รวมใจกันสร้างวัดขึ้นมาใหม่ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของวัดท้องคุ้ง ใกล้ลำคลองเข้ามาอีกบริเวณนั้นเป็นดงต้นตาลโตนด  และในหน้าน้ำ ก็จะมีบัวโตนดขึ้นเป็นจำนวนมาก  อีกทั้งผู้นำชาวบ้านที่สร้างวัดก็ชื่อ "โหนด"  เรียกกันว่า "ลุงโหนด" บ้าง "ตาโหนด" บ้าง   วัดที่สร้างใหม่จึงถูกเรียกว่า "วัดตาโหนด"  และต่อ ๆ มาก็กลายเป็น "วัดโตนด" มาจนถึงปัจจุบันนี้

ในการสร้างวัดขึ้นมาใหม่นี้ ชาวบ้านได้ขุดสระขนาดใหญ่เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งด้วย  สระน้ำแห่งนี้จึงเป็นเหมือนศูนย์กลางของผู้คนที่มาตักน้ำไปใช้บ้าง มาพักผ่อนหย่อนใจบ้าง มาพบปะพูดคุยและทำกิจกรรมตามประเพณีต่าง ๆ บ้าง รวมถึงเป็นที่ที่หนุ่มสาวมาพบปะกันด้วย  ซึ่งสระน้ำนี้ก็ได้รับการรักษาสืบทอดต่อ ๆ กันมาจนถึงปัจจุบัน   วัดโตนด มีพระภิกษุจำพรรษามาอย่างต่อเนื่อง  เป็นที่นับถือศรัทธาของญาติโยมและสาธุชนอย่างกว้างขวาง  ทั้งจากชาวบ้านในท้องที่ และคนในถิ่นอื่น ๆ ท่านเจ้าอาวาสและภิกษุสามเณรรวมทั้งชาวพุทธวัดโตนด ได้ร่วมมือกันสร้างอาคารเสนาสนะต่าง ๆ มาอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งได้บูรณะซ่อมแซม รักษาศิลปวัฒนธรรม

ภูมิปัญญาของปู่ย่าตายายไว้มิให้สูญหาย  วัดโตนด จึงเป็นวัดที่มีอาคารเสนาสนะสวยงาม ครบครัน ให้ศาสนิกชนได้ใช้ประกอบศาสนกิจได้อย่างครบถ้วน   เช่น พระอุโบสถ  ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์  ฌาปนสถาน ศาลาท่าน้ำ  ฯลฯ  นอกจากนี้ก็ยังมีกุฏิพระกัมมัฏฐาน อีก ๖ หลัง และมีห้องสมุด ที่อ่านหนังสือพิมพ์ด้วย  ลำดับเจ้าอาวาสที่พอจะสืบค้นได้ มีดังนี้

. พระอธิการกร่ำ  หรือหลวงพ่อกร่ำ   พระอุปัชฌาย์  ก่อน พ.. ๒๔๒๒ - ๒๔๖๒

๒ พระอธิการปั่น  หรือหลวงพ่อปั่น   พระอุปัชฌาย์           .. ๒๔๖๒ - ๒๔๖๘

. พระอธิการทองคำ หรือหลวงพ่อทองคำ                      .. ๒๔๖๘ - ๒๔๗๐

. พระอธิการเฉื่อย ปรกฺกโม หรือหลวงพ่อเฉื่อย                .. ๒๔๗๐ - ๒๔๗๙

. พระอธิการพยนต์ เตชธมฺโม  หรือหลวงพ่อพยนต์         .. ๒๕๐๓ - ๒๕๐๔

. พระครูพินิจธรรมานุรักษ์ หรือหลวงพ่อมาก จิตฺตสุวณฺโณ   .. ๒๕๐๕ - ๒๕๑๔

. พระครูวรธรรมประยุต หรือหลวงพ่อปลีก  วรธมฺโม             .. ๒๕๑๔ - ๒๔๕๒๙

. พระครูอุปจิตบุญญวัฒน์ หรือหลวงพ่อเลิศ  จารุวณฺโณ      .. ๒๕๒๙ - ปัจจุบัน

            จากการที่วัดโตนดเป็นวัดที่มีเจ้าอาวาส พระภิกษุ และญาติโยมเอาใจใส่

 บำรุงดูแลมาโดยตลอด จึงทำให้ วัดโตนดเป็นสถานที่ชูชุบจิตใจและประกอบศาสนกิจในพิธีการต่าง ๆ ตามประเพณี  และยังเป็นแหล่งสืบสานศิลปะและวัฒนธรรม รวมทั้งความดีงาม ความศักดิ์สิทธิ์ อีกหลายประการ  ดังนี้

. พระประธานในพระอุโบสถ  เป็นพระเก่าแก่ มีมาพร้อมกับพระอุโบสถเดิม เนื้อหินทรายแดง ชาวบ้านเรียกกันว่า "พระสมเด็จศรีอยุธยา"  พร้อมพระสาวกซ้าย-ขวา  เป็นที่เคารพ เชื่อถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก

. พระพุทธรูปบนศาลาการเปรียญ  มีทั้งหมด ๑๐ องค์ มีทั้งของเก่าและใหม่ มีทั้ง ปูนและโลหะ ปัจจุบันลงเนื้อทองหมดแล้ว เป็นที่เชื่อถือในความศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน

. พระพุทธรูปที่หอสวดมนต์ มีทั้งหมด ๓๐ กว่าองค์ มีทั้งเก่า ใหม่ มีพระประจำวันด้วย ๑ ชุด  ปัจจุบันลงเนื้อทอง เป็นที่เชื่อถือว่า มีความศักดิ์สิทธ์ เช่นกัน

. พระอรหันต์ ๘ ทิศ อยู่บริเวณรอบต้นโพธิ์  มีพระพุทธรูป หรือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ตรงกลาง เชื่อกันว่า องค์พระเหล่านี้สร้างขึ้นใหม่ แต่เศียรของพระอรหันต์ทั้ง ๘ นั้น นำมาจากวัดท้องคุ้ง  เป็นที่เชื่อถือว่า มีความศักดิ์สิทธิ์

. พระประจำวันทั้ง ๘  นอกจากที่ศาลาการเปรียญแล้ว ที่รอบต้นโพธิ์ในวัดนี้ ก็มีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ประจำวันทั้ง ๘ ด้วย (นับวันพุธกลางคืนเป็นอีกวันหนึ่ง) เป็นที่เชื่อถือว่า บันดาลโชคลาภ หรือสะเดาะเคราะห์ให้ได้

. พระสีวลีผู้มีลาภมาก เป็นรูปปั้นพระอรหันต์สาวก ยืนประดิษฐานอยู่  เชื่อถือกันว่า ถ้าได้กราบไหว้บูชาแล้วจะมีโชคลาภ

. พระมหากัจจายนะ  เป็นรูปปั้นพระอรหันตสาวกอ้วนขนาดใหญ่ เชื่อกันว่า ใครที่กราบไหว้บูชาแล้วจะมีรูปงาม และมีลาภมาก

. รูปปั้นหลวงพ่อมาก  อดีตเจ้าอาวาส  เกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง เป็นที่

เคารพกราบไหว้ เชื่อถือในความศักดิ์สิทธิ์

. ต้นตะเคียนสามพี่น้อง  เชื่อกันว่า เป็นต้นไม่ศักดิ์สิทธิ์  มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับที่มาและปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลายประการ

ในส่วนของศิลปกรรม ทางวัดก็ได้ส่งเสริม และอนุรักษ์ทั้งทางด้านศิลปะและภูมิ

ปัญญาของบรรพบุรุษ โดยได้จัดทำเป็น " ศิลปะปูนปั้น" ดังนี้

 

 

. รูปปั้นปริศนาธรรม สี่คนหาม สามคนแห่ หนึ่งคนนั่งแคร่ สองคนพาไป ได้แก่ ธาตุ ๔ (ดิน น้ำ ลม ไฟ) กิเลส ๓ (โลภ โกรธ หลง) จิต และ บุญกับบาปที่จะพาไปสู่สุคติ หรืออบายภูมิ

. รูปปั้นวรรณคดีชุดพระอภัยมณี  ได้แก่รูปปั้นพระอภัยมณี  ฤาษี ม้านิลมังกร นาง

ผีเสื้อสมุทร สินสมุทร และสุดสาคร

            . รูปปั้นพุทธประวัติตอน มารผจญ

            . รูปปั้นเชิงอนุรักษ์ ช้าง ม้า วัว ควาย ฯลฯ

  นอกจากงานศิลปะแล้ว วัดโตนด ยังเป็นแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติบางส่วนด้วย คือ

. แหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาน้ำจืด โดยได้กำหนดให้บริเวณคลองหน้าวัดเป็นเขตอภัยทาน มีปลาน้ำจืดจำนวนมากนับหมื่นตัว รวมทั้งมีที่พักเลี้ยงเต่า และเพาะพันธุ์ปลาสวยงามด้วย

. แหล่งอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ปีก   มีสัตว์ปีกหลายชนิดได้รับการดูแลให้อยู่ในวัดอย่าง

ปลอดภัย เช่น นกยูง ไก่งวง ไก่ต๊อก ไก่แจ้ ไก่บ้าน เป็ด ห่าน เป็ดเทศ เป็นต้น

วัดโตนด มีงานทำบุญเป็นกรณีพิเศษนอกจากวันพระ คือ วันปีใหม่ วันเด็ก วันสำคัญทางศานา ช่วงวันสงกรานต์  วันแม่  วันลอยกระทง และยังมีกิจกรรมพิเศษคือ วันแรม๑ ค่ำ เดือน

๑๑ เทศน์มหาชาติ  วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน วันคล้ายวันมรณภาพอดีตเจ้าอาวาส และประชุมพระ

สังฆาธิการของอำเภอ  และวันที่ ๑-๑๐ ธันวาคม กิจกรรมบรรพชาสามเณรและอยู่ปริวาสกรรม

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

วัดโตนด ได้ทำหน้าที่ของศาสนสถานให้ศาสนิกชนได้บำเพ็ญกุศลกิจตามที่เชื่อถือศรัทธา ขอให้ญาติโยมที่มาทำบุญทุกคนจงเจริญด้วยจตุรพิธพรทุกประการ.