วัดทางกลาง

ทางสายกลาง  สว่าง สะอาด สงบ

  เลขที่ ๗๗  หมู่ที่ ๔   ตำบลทางกลาง

  อำเภอบางปะหัน   จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

  โทร. -๓๕๓๘-๓๘๒๔  -๑๗๕๒-๘๙๗๖

  พระปลัดบุญลือ  กิจฺจสาโร  เจ้าอาวาส

วัดทางกลาง ตั้งอยู่เลขที่ ๗๗ หมู่ที่ ๔ ตำบลทางกลาง อำเภอบางปะหัน

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำลพบุรี มีที่ดินเป็นพื้นที่ตั้งวัดเนื้อที่  ๔๐ ไร่

วัดทางกลางสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.. ๒๓๑๐  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ.. ๒๓๑๕   บางคนเรียกวัดนี้ว่า "วัดทองกลาง" ได้เริมเปิดสอนพระปริยัติธรรม เมื่อ พ.. ๒๔๙๙

วัดทางกลาง ก็เช่นเดียวกับวัดอื่น ๆ ที่เป็นแหล่งรวมใจของชาวพุทธ ชาวบ้านตำบลทางกลางหมู่ที่ ๑ ๒ ๓ และ ๔ และใกล้เคียง  ได้อาศัยเป็นที่บำเพ็ญกุศลและปฏิบัติศาสนกิจในโอกาสและประเพณีต่าง ๆ

นอกจากนี้ วัดทางกลางยังได้ปันเนื้อที่ส่วนหนึ่งให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนประถมศึกษา คือโรงเรียนวัดทางกลาง และเป็นที่ตั้งของสถานีอนามัยอีกด้วย

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ท่านเจ้าอาวาส  พระภิกษุ สามเณรและญาติโยมได้อุปถัมภ์ ดูแล บูรณะซ่อมแซมวัดมาอย่างสม่ำเสมอ ทำให้วัดทางกลางมีอาคารเสนาสนะที่มั่นถาวร งดงาม ครบถ้วน เช่นเดียวกับวัดอื่น ๆ ทั้งพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ ฌาปนสถาน กุฏิ ฯลฯ                เจ้าอาวาสที่ทราบนาม มีดังนี้

. พระอาจารย์ดัด                        . หลวงพ่อชุ่ม

. พระครูวิบูลวิหารการ   .. ๒๔๙๙

ปัจจุบัน มีพระปลัดบุญลือ  กิจฺจสาโร  เป็นเจ้าอาวาส

ปูชีนยวัตถุสำคัญของวัดทางกลางคือ "หลวงพ่อขาว" พระประธานในอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ขนาด ๒ เท่าของคนจริง เป็นที่เคารพ เชื่อถือศรัทธาของชาวบ้าน ของแก้บนที่นิยมกันมากที่สุดคือ หัวหมู และละคร

            วัดทางกลาง เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งที่ชาวพุทธได้ดูแล อุปถัมภ์กันมาอย่างต่อเนื่อง   สถาปัตยกรรม หรือสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เป็นสิ่งสะท้อนถึงความรอบรู้ ความสามารถ ความคิด และจิตใจของชาวพุทธวัดทางกลางได้เป็นอย่างดี   เช่น ศาลาท่าน้ำ ซึ่งปัจจุบันจะไม่มีเรือสัญจรมาเทียบท่า แต่ก็เป็นที่นั่งพักผ่อนอันน่ารื่นรมย์  เป็นศาลาพักร้อน สถาปัตยกรรมรัตนโกสินทร์ที่มีรูปทรงสวยงามมาก  หอระฆัง และหอกลอง ที่ยังคงรักษาไว้ให้ได้เห็นอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หอ

กลองนั้น นับวันก็จะหาดูได้ยากขึ้นทุกที

            นอกจากสถาปัตยกรรม และสิ่งก่อสร้างแล้ว วัดทางกลาง ยังมีต้นไม้ใหญ่ ๆ อยู่บ้าง หรือต้นสาละ อันเป็นต้นสำคัญทางพุทธศาสนา คือ เป็นต้นไม้อันเป็นที่ประสูติของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ก็ได้ปลูกไว้ให้ญาติโยมได้เห็นเป็นพุทธานุสติ

            ความเจริญ ความเสื่อม ล้วนเป็นอนิจจัง  แต่ตราบใดที่พุทธศาสนิกชนยังคอยดูแล อุปถัมภ์บำรุงอยู่  วัดทางกลางก็จะยังคงเป็นที่พึ่งทางจิตวิญญาณ ช่วยชูชุบจิตใจ เป็นศูนย์รวมใจของชุมชนได้เสมอ  เป็นศาสนสถานที่จะช่วยสืบสานพระพุทธศาสนาให้ดำรงคงอยู่ตลอดไป.

           

            "ทางกลาง" ทางแห่งผู้                   มีธรรม

 ทางที่ทรงเดินนำ                                    หลุดพ้น

 อริยมรรคแปดจำ                         ปฏิบัติ  เถิดรา

 พระพุทธองค์คิดค้น                    ประจักษ์แล้วสอนเรา.