วัดโพธิ์ทอง

สพพฺทานํ  ธมฺมทานํ  ชินาติ

การให้ธรรมะ  ชนะการให้ทั้งปวง

เลขที่ ๑  หมู่ที่ ๑   ตำบลบ้านม้า

อำเภอบางปะหัน   จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ๑๓๒๒๐

โทร. -๓๕๓๘-๓๓๘๘,  -๑๓๖๕-๑๕๗๕

พระปราโมทย์  กิตฺติโก   เจ้าอาวาส

            จากประวัติที่พอจะสืบค้นได้ วัดโพธ์ทอง เดิมชื่อ "วัดโพธิ์กระตูบ" เป็นวัดร้าง  ชาวบ้านได้ร่วมแรง ร่วมใจกันสร้างขึ้นเมื่อปี พ.. ๒๔๑๓ ได้วิสุงคามสีมาเมื่อ ปี พ.. ๒๔๑๖ และได้มีการก่อสร้างบูรณะปฏิสังขรณ์กันต่อ ๆ มา เช่น พระอุโบสถ เมื่อปี ๒๔๘๓ และปี๒๕๒๕ ศาลาการเปรียญ ปี พ.. ๒๕๒๐ เป็นต้น

ความเป็นมาของวัดโพธิ์ทองนั้น  มีควบคู่มากับเรื่องราวของ "หลวงพ่อเฒ่า" ดังนี้

คนเก่าคนแก่ จำนวนมากเรียกวัดโพธิ์ทองว่า "วัดหลวงพ่อ" และหลายคนรู้จักวัดโพธิ์ทองก็เพราะ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์  ที่ต่างก็เรียกขานท่านว่า "หลวงพ่อเฒ่า"

            หลวงพ่อเฒ่า เป็นพระพุทธรูปขนาดเล็ก หน้าตักกว้างประมาณ ๑๕ นิ้ว  ลักษณะ

ค่อนข้างมาทางพระพุทธรูปในสมัยรัตนโกสินทร์

มีเรื่องเล่าขานกันว่า เดิมทีนั้น วัดโพธิ์ทองเป็นวัดร้าง เชื่อกันว่า เป็นวัดที่สร้างขึ้นใน

สมัยอยุธยา และคงจะถูกทำลายเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ ๒ (.. ๒๓๑๐)  ซึ่งวัดร้าง ทั่วไป

จะมีพุทธรูป อยู่ด้วย ซึ่งหนึ่งในพระพุทธรูปเหล่านั้นคือ หลวงพ่อเฒ่า

เมื่อประมาณต้น ๆ สมัยรัชการที่ ๔ มีชาวบ้านฝันว่า หลวงพ่อเฒ่ามาบอกให้สร้าง

หลังคาให้  ชาวบ้านก็จึงทำหลังคาสังกะสีขึ้นอย่างง่าย ๆ  ตามงบประมาณที่มีจำกัด

ต่อมาก็มีพระภิกษุมาพักจำพรรษา จึงเป็นวัดขึ้นมา และได้มีการสร้างพระอุโบสถขึ้น

โดยใช้พื้นและผนังพระอุโบสถเดิม จนถึง พ.. ๒๔๘๓ จึงได้สร้างเป็นรูปทรงอย่างปัจจุบัน และ

ก็ได้มีการบูรณะ ซ่อมแซมกันต่อ ๆ มา

            การที่หลวงพ่อเฒ่าเป็นที่รู้จัก และเคารพนับถือของคนทั่ว ๆ ไปอย่างกว้างขวางนั้น

เป็นเพราะเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะคนที่มีความทุกข์ความเดือดร้อน  เมื่อมากราบไหว้

อธิษฐาน บนบาน ก็มักจะพ้นจากความทุกข์ร้อนนั้นมาได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เจ็บป่วย

เมื่อประมาณ ๒๐ กว่าปีก่อน จะมีชาวบ้านจำนวนมากมาเก็บเอารากไม้ เปลือกไม้ และพืชพรรณต่าง ๆ ในวัด ใส่ถาดเข้าไปในโบสถ์แล้วก็จุดธูปเทียนบอกเล่าอธิษฐาน แล้วนำไปต้มให้คนป่วยกิน 

            การบนบานที่เชื่อกันว่าได้ผลมากคือการ "บนบวช"  คนดีที่มีทุกข์ร้อนหรือเจ็บป่วย ถ้า

บนว่าจะบวชให้มักสำเร็จตามปรารถนา ฉะนั้น ทุกปี จึงมีผู้มาบวชแก้บนไม่ได้ขาด มีทั้งบวชพระ ถ

บาวชเณร บวชชี หรือบวชชีพราหมณ์

            ความเลื่อมใสในหลวงพ่อเฒ่าเป็นที่ประจักษ์กันดี มีการทำวัตถุมงคลขึ้นบูชาจำนวน

มาก หลายครั้ง และหลายรุ่น เช่น ทำเป็นพระพุทธรูป เหรียญ และแหวน เป็นต้น  ซึ่งแต่ละรุ่น แต่ละชนิด ก็ได้รับความนิยมเป็นที่เชื่อถือศรัทธาโดยทั่วไป

            วัดโพธิ์ทอง เป็นวัดเล็ก ๆ อยู่เหนือหมู่ที่ ๑ ตำบลบ้านม้า ชาวพุทธที่มาทำบุญ ดูแล

อุปถัมภ์วัดและพระภิกษุ ตลอดมาคือ ชาวบ้านจากหมู่ที่ ๑ ตำบลบ้านม้า และหมู่ที่ ๕ ของ

ตำบลทับน้ำ

            เดิม วัดโพธิ์ทองเป็นวัดที่ห่างไกลจากหมู่บ้าน รอบ ๆ เป็นทุ่งนา มีความสงบ และ

เงียบสงัดมาก แต่ปัจจุบัน ความเจริญต่าง ๆ ได้เข้ามามากประกอบกับ มีผู้เชื่อถือในหลวงพ่อ

เฒ่ามากขึ้น   ทำให้วัดมีความเจริญ ได้สร้างอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ที่ใหญ่โต มั่นคง แข็งแรง สวยงาม เช่น พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ หอระฆัง ศาลาอเนกประสงค์ วิหาร

จตุรมุข ศาลาที่พัก ฌาปนสถาน  ศาลาธรรมสังเวช   และกุฏิพระสงฆ์และ บ้านพักแม่ชี 

เจ้าอาวาสที่พอจะลำดับได้ มีดังนี้

.  พระอธิการไร                            ก่อน       ..  ๒๔๗๒

. พระอธิการพัว                                   ..  ๒๔๗๒

. พระอธิการพุก                                   ..  ๒๔๘๒

. พระอธิการผึ้ง            สุเมโธ                               ..  ๒๕๐๐

. พระอธิการเผด็จ (จง)  ฐานวโร             ..  ๒๕๑๓

. พระอธิการถวัลย์  ถิรจิตโต  (พระครูสุวรรณโพธิกิจ)   .. ๒๕๒๑ - ๒๕๔๒

ตั้งแต่ปี พ.. ๒๕๔๓    พระปราโมทย์  กิตฺติโก    ได้รับมอบหมายจากพระอธิการปรีชา มหาวีโร  ให้ทำหน้าที่เจ้าอาวาส และได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อ ๑๐ มีนาคม ๒๕๔๗ 

ขณะนี้ วัดโพธิ์ทองมีที่ดิน จำนวน ๔๗ ไร่ ๒ งาน ๔๗ ตารางวา เป็นพื้นที่ตั้งวัดจำนวน๑๗ ไร่ ๑ งาน ๖๐ ตารางวา ที่เหลือเป็นที่ตั้งโรงเรียนประถมศึกษา และเขตธรณีสงฆ์  (ซึ่งแม่ชีบัวได้ถวายไว้ถึง ๕ แปลง เป็นพื้นที่ ๒๖ ไร่เศษ)

            วัดโพธิ์ทอง  เป็นวัดหนึ่งที่มีพระภิกษุอยู่จำนวนมาก รวมทั้งอุบาสก อุบาสิกาก็มา

ถือศีลในช่วงเข้าพรรษาจำนวนมากเช่นกัน