วัดนนทรีย์

๔๘ หมู่ ๘ ตำบลพุทเลา  .บางปะหัน

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๒๒๐

โทร. -๓๕๗๑-๓๒๗๔

      พระครูวิจิตรการโกศล   เจ้าอาวาส /รองเจ้าคณะอำเภอบางปะหัน

วัดนนทรีย์ เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา 

สร้างเมื่อปี พ.. ๒๓๐๐ และได้วิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.. ๒๓๑๐ ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง มีชื่อปรากฏในพระราชพงศาวดาร สมัยพระบรมราชาที่ ๓ (พระที่นั่งสุริยาอมรินทร์)ดังความตอนหนึ่งว่า

"ครั้นแล้ว กองทัพพม่ายกมาจากเมืองสุพรรณบุรี ยกมาตามท้องทุ่ง พบกองทัพไทยตั้งค่ายรายรับอยู่ตำบลลำน้ำเอกราชเป็นหลายค่าย ก็ขับพลทหารข้ามน้ำแยกออกเป็นหลายกอง เข้าตีค่ายทัพไทยทุก ๆ ค่าย  ได้รบกันเป็นสามารถ พลทัพไทยฝีมืออ่อน สู้พม่ามิได้ก็แตกฉานทิ้งค่ายเสียทุก ๆ ค่าย  พ่ายหนีกระจัดพลัดพรายไม่เป็นหมวดกอง  และเจ้าพระยามหาเสนา (พระอภัยราชา)แม่ทัพไทยนั้น ขึ้นช้างหนีมาถึง "ทุ่งวัดนนทรีย์"  ทัพหม่าควบไล่ติดตามมาทัน พุ่งด้วยหอกซัดถูกตายตกจากหลังช้าง และพระยายมราชก็ต้องหอกซัดเป็นหลายแห่ง หนีมาได้ถึงพระนคร..."

จากคำบอกเล่าสืบ ๆ กันมา มีว่า

วัดนี้ตั้งอยู่ริมคลอง หลังวัดเป็นป่าใหญ่  ทางเข้าวัดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีเสาหินใหญ่ ปลายเสาแกะเป็นรูปนกอินทรีเกาะอยู่ ภายในวัดแบ่งออกเป็นสองส่วน เรียกคณะเหนือ กับคณะใต้ แต่ละคณะมีกุฏิอยู่ ๘ - ๙ หลังชาวบ้านที่อยู่เหนือวัดเมื่อบวชก็จะอยู่คณะเหนือ ชาวบ้านที่อยู่ใต้วัด เมื่อบวชก็จะอยู่คณะใต้ ตรงกลางระหว่างคณะเหนือและคณะใต้ มีพระอุโบสถ ทรงโบราณชั้นเดียวก่ออิฐถือปูน ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา  หน้าบันของพระอุโบสถนี้ และหน้าต่างประดับถ้วยจานเบญจรงค์  ผนังภายในพระอุโบสถ มีภาพจิตรกรรมชาดกต่าง ๆเต็มทุกด้าน   มีการซ่อมครั้งหนึ่งเมื่อสมัยหลวงพ่อสมุห์ดิษฐ์เป็นเจ้าอาวาส  และสร้างใหม่ในสมัยพระครูโอภาสกิตติคุณ เป็นเจ้าอาวาส  ซึ่งพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ

สยามมกุฏราชกุมารเสด็จมาทรงเป็นประธานในพิธียกช่อฟ้าพระอุโบสถเมื่อปีพ..๒๕๒๕  และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้พระปรมาภิไธยย่อ ภปร ประดับไว้ที่ผ้าทิพย์ด้านหน้าของพระประธานในพระอุโบสถด้วย

พระประธานในพระอุโบสถนั้น เดิมเป็นพระประธานในพระอุโบสถของวัดแหลมดุสิต หรือวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามปัจจุบัน  มีเรื่องเล่าว่า

สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม  ทรงมีความเคารพนับถือและสนิทสนมกับเจ้าคุณ พระสุนทรสมาจารย์ (เจ้าคุณสวน) เป็นอย่างมาก ครั้งหนึ่ง  ตามเสด็จท่านเจ้าคุณ มาที่วัดนนทรีย์ ได้ทรงสำราญพระทัยในการได้พายเรือเล่น และทรงพระแสงปืน ไปตามท้องทุ่งวัดนนทรีย์    จึงได้ตามเสด็จมาบ่อย ๆ

เมื่อพระสมุห์ดิษฐ์ บูรณะพระอุโบสถใกล้จะสำเร็จนั้น ได้ปรารภกับท่านเจ้าคุณพระสุนทรสมาจารย์ถึงพระประธานในพระอุโบสถ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมทรงทราบ จึงตรัสให้ฟังถึงพระพุทธรูปประธานในพระอุโบสถของวัดแหลมดุสิตที่สร้างใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็นวัดเบญจมบพิตรว่า ขณะนี้ฝากไว้ที่วัดบางจาก (วัดภคินีนาถ) ธนบุรี น่าจะขอพระราชทานมาเป็นพระ

ประธานในพระอุโบสถได้

หลังจากได้หารือกันเป็นที่สมควรแล้ว สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมจึงได้ไปกราบทูลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในหลวงรัชกาลที่ ๕ เพื่อขอพระราชทาน ซึ่งก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานให้  นำความปลาบปลื้มมาสู่ชาววัดนนทรีย์เป็นอย่างยิ่ง   และได้มีการจัดเรือไปรับมาจากวัดบางจาก จึงได้พระพุทธรูปนี้มาเป็นพระประธานในพระอุโบสถ ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

วัดนนทรีย์ได้เปิดเป็นโรงเรียนสอนพระปริยัติเมื่อปี พ.. ๒๔๘๒ และเปิดสอนบาลีเมื่อ พ.. ๒๔๙๕

ปัจจุบันนี้ วัดนนทรีย์นับได้ว่าเป็นวัดใหญ่ และมีความสำคัญมากวัดหนึ่งของอำเภอบางปะหัน ไม่มีการแบ่งเป็นคณะ ดังแต่ก่อนแล้ว ได้เป็นที่ประกอบศาสนกิจเช่นเดียวกับวัดทั่ว ๆ ไป  และยังเป็นความภาคภูมิใจของชาวตำบลพุทเลา ที่วัดนี้มีประวัติความเป็นมาอันต่อเนื่อง ยาวนาน อีกทั้งได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งในอดีต

และปัจจุบัน

เจ้าอาวาสที่พอจะลำดับได้ มีดังนี้

. พระอาจารย์แตง

. พระอาจารย์ทิน

. พระอาจารย์สมุห์ดิษฐ์

. พระอาจารย์ขุนเทพ

. พระครูธรรมการศึกษา(เพ็ชร)  .. ๒๔๖๒ - ๒๔๙๔

. พระครูโอภาสกิตติคุณ               .. ๒๔๙๔ - ๒๕๓๐

. พระครูวิจิตรการโกศล             .. ๒๕๓๐ - ปัจจุบัน

 

วัดนนทรีย์ได้มีการก่อสร้างอาคารเสนาสนะต่าง ๆ อันควรแก่การประกอบกุศลกิจของชาวพุทธ เช่น พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์  ฌาปนสถาน ฯลฯ ทั้งนี้ก็ด้วยความร่วมแรง ร่วมใจ ศรัทธา ของท่านเจ้าอาวาสพระภิกษุสามเณร และชาวพุทธทั้งหลาย   นอกจากนี้แล้ว วัดนนทรีย์ยังเกื้อกูลด้านสถานที่ให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนประถมศึกษา และการทำงานของชุมชนเกี่ยวกับการผลิตน้ำดื่มอีกด้วย.