วัดหันสังข์

สพฺพทานํ  ธมฺมทานํ  ชินาติ

การให้ธรรมะ  ชนะการให้ทั้งปวง

เลขที่ ๗ หมู่ที่ ๗   ตำบลหันสัง

อำเภอบางปะหัน   จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๒๒๐

โทร. -๓๕๒๒-๘๑๗๓    -๖๐๙๘-๑๖๒๔

พระอธิการกิมใช้  กิตฺติธโล เจ้าอาวาส

มีข้อควรสังเกตอย่างหนึ่งคือ วัดหันสังข์  กับตำบลหันสัง สะกดไม่เหมือนกัน ชื่อวัดมี ข์ ด้วยแต่ชื่อตำบล ไม่มี ข์

มีเรื่องเล่ากันว่า คำว่า หันสัง หรือ หันสังข์ นี้  กลายมาจาก "หันหลังสั่ง"

ว่ากันว่า เมื่อครั้งสมัยอยุธยา มีเจ้านายพระองค์หนึ่งได้มาพักประทับแรมที่ตำหนักซึ่ง

อยู่บริเวณวัดหันสังข์ปัจจุบันนี้  เมื่อจะเสด็จกลับ ได้หันหลังมาสั่งให้สร้างวัดขึ้น   ต่อมาจึงเรียกหมู่บ้านแถบนั้นว่าบ้าน  "หันหลังสั่ง"  ต่อมาก็กลายเป็น "หันสั่ง"  และ"วัดหันสั่ง" ก็เป็น "วัดหรรษา"  แล้วกลายเป็น "หันสังข์" อย่างในปัจจุบัน

แต่มีบางกลุ่มเชื่อว่า บ้านหันสัง นี้ เดิมชื่อบ้าน หรรษา

วัดหันสังข์เป็นวัดที่อยู่เหนือสุดของตำบลหันสัง และอำเภอบางปะหัน ต่อขึ้นไปเป็นเขตตำบลบ้านใหม่ อ.มหาราช   เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกายเช่นเดียวกับวัดอื่น   ทิศเหนือติดคลองบางแก้ว ทิศใต้และทิศตะวันตกติดต่อกับที่สวนและบ้านเรือนของชาวบ้าน  ทิศตะวันออกติดกับลำคลอง มีพื้นที่ ๓๖ ไร่ ๖๐ ตารางวา

วัดหันสังข์ สร้างขึ้นเมื่อ พ.. ๒๓๖๐  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในครั้งหลังเมื่อ วันที่ ๓๐มกราคม ๒๕๑๔  และผูกพัทธสีมาเมื่อ ๑๕ เมษายน ๒๕๑๕

ปัจจุบัน วัดหันสังข์เป็นที่บำเพ็ญบุญ ประกอบศาสนกิจตามประเพณีต่าง ๆ ของชาว

พุทธบ้านหัวไผ่ อำเภอมหาราช และชาวพุทธหมู่ที่ ๗ ของตำบลหันสัง  เจ้าอาวาส พระภิกษุ

สามเณร  และชาวพุทธได้อุปถัมภ์บำรุง ดูแลวัดมาโดยสม่ำเสมอ ทำให้วัดหันสังข์มีอาคารและ

เสนาสนะต่าง ๆ ที่มั่นคงแข็งแรง สวยงาม เช่นเดียวกับวัดอื่น ๆ  เช่น อุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์  และฌาปนสถาน เป็นต้น

เจ้าอาวาสที่สืบทราบนามได้มีลำดับ ดังนี้

. พระอธิการสุข                                    .. ๒๔๓๐ - ๒๔๕๐

. พระอธิการเกตุ                                   .. ๒๔๕๐ - ๒๔๖๕

. พระอธิการกิ่ง                                                .. ๒๔๖๕ - ๒๔๗๕

. พระอธิการฉาย                                  .. ๒๔๗๕ - ๒๔๘๐

. พระอธิการมณี                                   .. ๒๔๘๐ - ๒๔๙๐

. พระอธิการอุ่น                                    .. ๒๔๙๐ - ๒๕๐๘

. พระอธิกาสมบุญ  กตปุญฺโญ                     .. ๒๕๑๒ - ๒๕๓๔

. พระอธิการกิมใช้  กิตฺติธโร    ได้รักษาการเจ้าอาวาสต่อมาจนได้ดำรงตำแหน่ง

เจ้าอวาส เมื่อปี พ.. ๒๕๔๐ จนถึงปัจจุบัน

ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดหันสังข์ คือ "หลวงพ่อดำ" เป็นพระพุทธรูปศิลาแลงเก่าแก่ชาวบ้านให้ความเคารพ เชื่อถือกันว่า มีความศักดิ์สิทธิ์มาก เคยมีการสร้างเหรียญหลวงพ่อดำ

เป็นวัตถุมงคลเมื่อ พ.. ๒๕๑๒ เป็นเหรียญ รุ่นเตารีด  คือรูปทรงของเหรียญ มีฐานกว้าง และยอดสอบเข้าหากันแบบเตารีด มีผู้นิยมเช่านำไปบูชากันเป็นจำนวนมาก และมีส่วนทำให้สามารถบูรณะพระอุโบสถได้สำเร็จ

การแก้บนหลวงพ่อดำที่คนหันสังข์นิยมกันมากที่สุดคือ ละคร

วัดหันสังข์ เคยเป็นที่ตั้งโรงเรียนประถมศึกษาอยู่ระยะหนึ่ง แต่ปัจจุบันนี้ยุบเลิกไปแล้ว

เพราะอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้าน และทางคมนาคมสายหลัก อีกทั้งอยู่เหนือสุดของหมู่บ้านด้วยเด็กนักเรียนเดินทางไม่สะดวก  ต้องเดินไกล เพราะมิได้เป็นศูนย์กลางของหมู่บ้าน

แต่จากความห่างไกลนี้เอง วัดหันสังข์ จึงเป็นวัดที่เงียบสงบมาก  อีกทั้งทางวัดได้พยายามรักษาต้นไม้ใหญ่เก่าแก่อายุมากกว่า ๑๐๐ ปี ไว้จำนวนมาก เช่น ต้นโพธิ์   และต้นยางซึ่งมีประมาณ ๓๐ - ๔๐ ต้น   เป็นป่าขนาดใหญ่พอสมควร

จากการที่วัดมีต้นไม้ใหญ่และเงียบสงบนี้เอง ทำให้มีลิงป่านับร้อยตัวมาอาศัยอยู่ เดิมทีก็มีไม่มาก ต่อมาก็ออกลูกออกหลานมากขึ้น ๆ จนมีบางครั้งที่ลิงไม่มีอาหารเพียงพอ ได้เข้าไปในหมู่บ้าน ไปรบกวนชาวบ้าน ถูกยิงบาดเจ็บ หรือตายก็มี พระภิกษุ สามเณร และชาวบ้านได้

พยายามหาผลไม้ ข้าวสุก และของกินอื่น ๆ มาให้ แต่เนื่องจากลิงมีจำนวนมาก ในบางช่วงจึงมี

อาหารไม่เพียงพอ

วัดหันสังข์ เป็นวัดที่เงียบสงบ มีป่าไม้ สัตว์ป่า  ที่เป็นธรรมชาติอันหาได้ยากแห่งหนึ่ง

ในภาคกลางปัจจุบัน ควรที่เยาวชน และชาวบ้านหันสัง จะได้ช่วยกันเอาใจใส่ดูแล ทำนุบำรุง ให้

เป็นมรดกอันมีคุณค่าต่อ ๆ ไปยังคนรุ่นหลัง ดังเช่นที่บรรพบุรุษได้ดูแลรักษาสืบทอดต่อ ๆ กันมาจนถึงปัจจุบัน.