วัดดอกไม้

ร่มรื่น สงบ  พบธรรมะ

๙๕  หมู่ที่ ๒ ตำบลหันสัง 

อำเภอบางปะหัน  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ๑๓๒๒๐

โทร. -๑๘๔๖-๒๘๒๘

พระครูสุนทรธรรมโฆสิต  เจ้าอาวาส / เจ้าคณะตำบลหันสัง

            วัดดอกไม้ เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง  สร้างพร้อมกับกรุงเทพมหานคร คือ พ.. ๒๓๒๕  มาได้วิสุงคามสีมาเมื่อ.. ๒๓๔๐ วัดดอกไม้ เดิมเป็นวัดเล็ก ๆ สงบ ๆ อยู่ริมคลอง  เป็นที่บำเพ็ญ  ศาสนกิจของพุทธศาสนิกชนชาว บ้านแจ้ง ตำบลหันสัง    ต่อมาเมื่อ ปี พ.. ๒๕๑๘ เริ่มมีถนนสายเอเชียตัดผ่านหลังวัด ความสงบต่าง ๆ ก็เริ่มลดลงไป เพราะมีเสียงรถวิ่งอยู่ตลอดเวลา  แต่ก็ทำให้การคมนาคมสะดวกมากขึ้น  และเป็นทำเลที่ดี คือหน้าวัดทางด้านทิศตะวันออกติดคลอง

และหลังวัดทางทิศตะวันตก ติดถนนสายเอเชีย (หมายเลข ๓๒)ในตำบลหันสังนี้ มี ๗ หมู่บ้านนี้ มีวัดอยู่จำนวนมาก ถึง ๖ วัด คือ วัดบ้านแจ้ง วัดดอกไม้ วัดไก่ วัดหงษ์ วัดตลาด และวัดหันสังข์ อีกทั้งมีสำนักสงฆ์อีก ๒ แห่ง คือ สำนักสงฆ์ไทรย้อย และสำนักสงฆ์วัดตนุ แต่วัดดอกไมวัดดอกไม้ก็ยังเป็นที่เคารพ นับถือศรัทธาเสมอมา ทำให้วัดสามารถสร้างอาคารเสนาสนะที่มั่นคงสวยงาม ได้เช่นเดียวกับวัดอื่น ๆ เช่น กุฏิ  ศาลาการเปรียญ พระอุโบสถ  ฌาปนสถาน หอระฆัง  เป็นต้น

วัดดอกไม้  มีเนื้อที่ ๓๒ ไร่ ๒ งาน  ๒๖ ตารางวา  ตามโฉนดเลขที่ ๑๐๘๑๐ เป็นวัดที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่พอสมควร  และก็เช่นเดียวกับวัดทั่ว ๆ ไปคือ นอกจากวัดดอกไม้ จะเป็นที่บำเพ็ญกุศลและประกอบศาสนกิจต่าง ๆแล้ว วัดดอกไม้ยังได้แบ่งที่ดินจำนวน ๔ ไร่ ให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนประถมศึกษา คือโรงเรียนวัดดอกไม้ ด้วย

เจ้าอาวาสที่พอจะสืบทราบนามได้ มีดังนี้

. พระอธิการชม

. พระอธิการหวาน

. พระอธิการผล

. พระอธิการถนอม

. พระอธิการบุญรอด

. พระอธิการชุบ

และเจ้าอาวาสปัจจุบันคือ  พระครูสุนทรธรรมโกสิต ซึ่งเป็นเจ้าคณะตำบลหันสัง และเป็นพระอุปัชฌาย์ด้วย  จึงถือได้ว่า วัดดอกไม้เป็นวัดที่มีความสำคัญต่อคณะสงฆ์ของอำเภอบางปะหันพอสมควรแม้ว่าวัดดอกไม้จะเป็นวัดสงบ ๆ ไม่มีชื่อเสียงมากนัก แต่ก็เคยมีพระภิกษุที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ  จนได้รับความเคารพนับถือว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง คือ  หลวงพ่อหวาน และ หลวงพ่อชมคุณความดีของท่านทั้งสองนี้ได้มีการสร้างเป็นวัตถุมงคลให้ผู้ที่เคารพนับถือเช่าบูชากันโดยแพร่หลาย  การที่วัดดอกไม้ยังเป็นแหล่งรวมใจ เป็นที่พึ่งทางใจของศาสนิกชน และเป็นที่บำเพ็ญกุศล และประกอบศาสนกิจ มีความเจริญมั่นคง สวยงาม มาถึงวันนี้ ก็เพราะความร่วมมือ ร่วมใจของท่านเจ้าอาวาส พระภิกษุสามเณร และพุทธศาสนิกชนที่ช่วยกันดูแลรักษา ปฏิบัติบำรุงสืบต่อ ๆ กันมา และพยายามสร้างสิ่งที่ดีงามให้แก่วัด เพื่อเป็นแบบอย่างให้เด็กและเยาวชนได้เห็นคุณค่าของสิ่งปู่ย่า ตายาย ได้สร้างและรักษาไว้  และให้เยาวชนได้สืบต่อ  อย่างเช่น ในส่วนของบริเวณวัดด้านที่ติดกับถนนสายเอเชียในปัจจุบัน  ได้มีการปลูกป่าไม้ยืนต้นที่เป็นไม้เศรษฐกิจ คือ ต้นประดู่และมะค่าโมง โดยจัดเป็นสวนป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชซึ่งขณะนี้ ต้นไม้เหล่านั้นได้เติบโตเป็นป่าร่มครึ้มนำความร่มเย็นชุ่มชื่น

มาสู่บริเวณวัดได้อย่างดียิ่ง.